The Story of Sun and Moon - Chapter 1 -
posted on 26 Feb 2006 03:02 by bluearrow in The-Story-of-Sun-and-Moonเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวและเสียงปรบมือดังกึกก้องต่อเนื่องและยาวนานไปทั่วทั้งฮอลล์ ผู้คนจำนวนนับพันต่างมีใบหน้าที่อาบไปด้วยความสุขที่ได้รับจากการแสดงในครั้งนี้
บนเวที ร่างสูงที่สวมกางเกงขายาวสีดำที่ประดับด้วยกระดุมสีเงินหลากหลายแบบ กับเสื้อสูทสีดำแขนยาวที่ชายเสื้อยาวกว่าเสื้อสูทตามปกติเล็กน้อย โดยด้านในมีเสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีระบายตรงกลาง ปลายแขนเสื้อเชิ้ตโผล่พ้นแขนเสื้อสูทออกมาพองาม แต่ก็พับเอาไว้แบบไม่จงใจนัก ร่างนั้นกำลังโค้งลงต่ำอย่างสวยงามพลางผายมือออกด้านข้าง เพื่อแสดงความขอบคุณให้ผู้มาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้
เมื่อร่างนั้นยืดตัวขึ้น ก็จะได้พบใบหน้าของหญิงสาวสวยที่แต่งหน้าเอาไว้อย่างคมเข้มดูดุดัน แต่กลับมีเสน่ห์ ลึกลับ ผมสีดำสนิทซอยสั้นไล่ยาวประบ่าถูกจัดทรงให้ยุ่งเหยิง แต่กลับดูดีรับกับใบหน้าของเธอ รอยยิ้มเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความสุข ประกอบกับท่วงท่าที่ดูสง่างามราวกับเจ้าชาย ทำให้ผู้ชมทั้งหมดไม่อาจละสายตาได้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่การแสดงเริ่มขึ้น จวบจนกระทั่งวินาทีนี้
*
พิธุภัทร หรือ ภัทร หญิงสาวอายุยี่สิบเอ็ด หน้าตาสวยคมคาย เธอมีแววตาที่ฉายให้เห็นถึงความเข้มแข็งเสมอ จนบางคนมองว่าแข็งกร้าวเกินไป เธอเป็นคนพูดน้อย ไม่ชอบการซุบซิบนินทาและสุงสิงกับใคร มักจะยืนหรือนั่งนิ่งๆ ได้นานเป็นชั่วโมง โดยไม่ปริปากพูดกับใครเลยสักคำ
ชื่อ พิธุภัทร ของเธอมีความหมายเกี่ยวกับพระจันทร์ ซึ่งนั่นค่อนข้างจะตรงกับตัวเธอมากทีเดียว เมื่อมองดูเธอจากสายตาของคนทั่วไปยามอยู่บนเวที เธอคือดวงจันทร์ที่ทอแสงสว่าง โดดเด่นกว่าใครในยามค่ำคืน แต่ทว่ากลับดูลึกลับน่าเกรงขาม ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่อาจเข้าใกล้เธอมากไปกว่าการมองจากที่ไกลๆ ได้
วง ลูน่า เป็นวงดนตรีแนวร็อคที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ด้วยเพลงและดนตรีที่กลั่นกรองออกมาอย่างพิถีพิถันจากสมองของเพื่อนร่วมวง ซึ่งต่างก็มีพรสวรรค์ในด้านดนตรีอย่างหาตัวจับยาก ยิ่งมาได้นักร้องนำอย่างภัทร ผู้ซึ่งมีเสน่ห์ทุกครั้งยามที่อยู่บนเวที ยิ่งทำให้วงลูน่าโดดเด่นกว่าใครและได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว
สมาชิกทั้งสี่คนของวงลูน่านั้นต่างก็เรียนในคณะสถาปัตยกรรมเดียวกัน แม้ว่าภัทรจะเป็นรุ่นน้องของอีกสามคนในวงอยู่ถึงสามปี วงนี้เกิดขึ้นมาก่อนภัทรจะเข้าเรียนสองปี จนกระทั่งขาดนักร้องนำ พวกเขาจึงได้หมายตาภัทร ผู้ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่เด่นสะดุดตามาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในคณะ ภัทรเป็นคนที่หน้าตาจัดว่าสวย แต่มักมีแววตาที่เรียบเฉยจนดูน่ากลัว ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับทำให้ไม่ว่าจะหญิงหรือชายต่างก็ต้องมองตามเธอจนเหลียวหลัง เป็นเสน่ห์แบบที่หาได้ยากยิ่ง
หัวหน้าวงที่ชื่อ อาวุธนั้น เห็นแววของภัทรเมื่อมีการประกวดร้องเพลงของคณะเมื่อสี่ปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นแม้ว่าพลังเสียงของเธอจะยังไม่ได้ดีเลิศอะไร แต่ทว่าการแสดงบนเวทีวันนั้นกลับทำให้ผู้คนจ้องมองค้างจนแทบไม่กะพริบตาทีเดียว
ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าอาวุธไปพูดกับภัทรอย่างไรจึงทำให้เธอยอมมาเข้าร่วมวงได้ แต่ไม่กี่วันหลังจากการประกวดร้องเพลง ทั้งสี่คนก็ร่วมเล่นดนตรีด้วยกันเรื่อยมาในชื่อวง ลูน่า ซึ่งอาวุธเป็นคนตั้งชื่อนี้ขึ้นมาใหม่ โดยเอามาจากความหมายของชื่อจริงของภัทร เขาเคยให้เหตุผลว่าพระจันทร์เป็นสิ่งที่เหมาะกับภัทรดีและภัทรจะเป็นคนที่โดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของวงต่อไป และมันก็เป็นจริงตามนั้น
แม้ว่าจะมีคนเสนอให้ภัทรไปเทสต์เสียงเพื่อเป็นนักร้องเดี่ยวหลายครั้งหลายครา แต่เธอกลับปฏิเสธไปหมด และให้เหตุผลว่าถ้าเธอจะทำผลงานเพลงเธอจะทำกับวงของเธอเท่านั้น และไม่นานหลังจากคนอื่นๆ ในวงเรียนจบ พวกเขาทั้งสี่คนก็สามารถมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ในที่สุด
*
ภัทรกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบตีสองแล้วในคืนนั้น แม้ว่าจะมีรถตู้ของบริษัทเอาไว้คอยรับส่ง แต่เธอก็ยังเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงอยู่ดี แต่กระนั้นเธอก็ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นว่าเหนื่อยเลยสักครั้ง
บ้านของภัทรเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดเจ็ดสิบตารางวาที่เธอซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว เธออยู่ในบ้านหลังนี้เพียงคนเดียว ส่วนพ่อกับแม่ของเธอนั้นอยู่ที่เชียงใหม่ ภัทรเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้ว แต่ตอนนั้นเธออยู่ในบ้านเช่าเล็กๆ จนกระทั่งเมื่อได้ทำงานเก็บเงินได้พอสมควรแล้ว เธอจึงเพิ่งซื้อบ้านหลังนี้มาได้หนึ่งปีแล้ว
เสียงสุนัขเห่าอย่างดีอกดีใจดังขึ้นทันทีที่เธอเปิดประตูบ้าน และเมื่อเข้ามาข้างในสุนัขพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์ที่มีขนสีทองอ่อนตัวหนึ่งก็วิ่งกระดิกหางอย่างดีใจเข้ามาหาเธอ พร้อมกับกระโจนใส่จนเธอเกือบล้มลง
กลับมาแล้วๆ เธอพูดกับสุนัขตัวนั้นพลางลูบหัวมันอย่างรักใคร่ แววตาที่มองลงไปช่างอ่อนโยนนัก จากนั้นเธอจึงนั่งคุกเข่าลงกอดเจ้าขนทองนั้นเอาไว้ และถูกเลียหน้าเลียตาจนชุ่มโชกไปหมด
การซ้อมคอนเสิร์ตอย่างหนักตลอดเดือนที่ผ่านมา ทำให้เธอมีเวลาอยู่กับเจ้าสุนัขตัวนี้น้อยลงไปเยอะทีเดียว แม้ว่าจะมีเพื่อนบ้านที่แสนดีคอยดูแลพาไปเดินเล่นให้ทุกวัน แต่เธอก็เป็นห่วงเจ้าตัวนี้มากอยู่ดี
สุนัขตัวนี้ชื่อ แกงส้ม แกงส้มนั้นเป็นสุนัขตัวผู้ อายุเกือบหกปีแล้ว เธอได้มันมาด้วยอุบัติเหตุและความจำเป็นบางอย่าง บางอย่างที่เธอยังจดจำมันได้จนถึงทุกวันนี้...
หากใครได้มาเห็นภาพของภัทรในขณะนี้ก็คงจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอเหมือนกับพระจันทร์ เพียงแต่เป็นพระจันทร์ที่เรืองแสงอย่างอ่อนโยน ดูนุ่มนวลสบายตา ชวนให้ผู้ที่ได้เห็นอมยิ้มอย่างมีความสุข
*
ข้างๆ นี่เขาทำอะไรกันคะ? ภัทรถามกับชายวัยห้าสิบกว่าที่อยู่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวแขนสั้น ภายใต้แว่นตากรอบสี่เหลี่ยมนั้นเขามีใบหน้าที่ดูอ่อนโยนใจดีอยู่เสมอ
ภัทรขับรถพาแกงส้มมาฉีดยาที่โรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน ที่ซึ่งเธอพาสุนัขของเธอมาเป็นประจำจนรู้จักสนิทสนมกับคุณหมอภานุเป็นอย่างดี ทั้งคุณหมอและผู้ช่วยต่างก็รู้ดีว่าภัทรเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ภัทรไม่เคยทำตัวว่าเป็นดารานักร้องเลย เธอมักจะแต่งตัวง่ายๆ และไม่มีการแต่งหน้าทำผมเหมือนเวลาอยู่บนเวที ประกอบกับการที่เธอต้องทุลักทุเลจูงสุนัขที่มีน้ำหนักเกือบเท่าตัวเธอแบบนี้ ทำให้บางครั้งลูกค้าคนอื่นที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้จำเธอไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาลผู้ช่วยของคุณหมอซึ่งชื่นชอบวงดนตรีของภัทรจะแอบเอาโปสเตอร์รูปวงของเธอมาแปะไว้ก็ตาม
แต่วันนี้เธอต้องประหลาดใจที่พบว่าพื้นที่ว่างเปล่าด้านข้างโรงพยาบาลกำลังมีการก่อสร้างอะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้เธอนึกแปลกใจ
อืม...ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คุณหมอตอบด้วยรอยยิ้มใจดีตามปกติ แต่ก็ปรับสีหน้าลงเป็นครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ แต่ว่านะ หมอมีเรื่องหนึ่งต้องบอกเอาไว้ก่อน คือหมอจะไม่ทำโรงพยาบาลนี้แล้วล่ะ
อ้าว! ทำไมละคะคุณหมอ ภัทรตกใจมากที่ได้ยินข่าวนี้ เธอชอบโรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้มาก จนไม่เคยคิดถึงเรื่องที่จะไปที่อื่นมาก่อนเลย
หมอก็แก่แล้ว คงถึงเวลาที่จะไปพักผ่อนเสียที คุณหมอภานุพูดด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย และภัทรก็สังเกตเห็นว่าคุณหมอดูเหนื่อยล้ามากจริงๆ ซึ่งคงเป็นไปตามวัยและสภาพร่างกายที่เริ่มโรยรา ภัทรเพิ่งสังเกตวันนี้เองว่าคุณหมอมีรอยย่นที่หน้าผากและมีผมสีเทามากเพียงใด
แล้วภัทรจะไปหาหมอที่รักสัตว์ดูแลสัตว์ดีๆ แบบนี้ได้ที่ไหนล่ะคะเนี่ย?แล้วอย่าบอกนะคะว่าที่มีการก่อสร้างข้างๆ นี่ เขาจะทุบตึกนี้แล้วสร้างเป็นอย่างอื่น ภัทรพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายพลางขมวดคิ้ว
โอ้! ไม่หรอกๆ คุณหมอรีบบอก ใช่แล้วล่ะ มีอีกเรื่องที่หมอต้องบอกด้วย คือโรงพยาบาลนี้มีคนมาทำต่อแล้วล่ะ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ ยังมีโรงพยาบาลสัตว์ให้หนูภัทรพาเจ้าแกงส้มมาแน่ แถมเขายังจะสร้างสระว่ายน้ำสำหรับสุนัขเพิ่มด้วยนะ ก็ที่เห็นกำลังก่อสร้างนั่นแหละ คุณหมอพูดจบก็ยื่นมือไปลูบหัวแกงส้มด้วยความเอ็นดู
แต่เขาจะดูแลดีเหมือนคุณหมอรึเปล่าล่ะคะ ภัทรพูดพร้อมกับถอนใจ
อืม...หมอคิดว่าคงไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก สำหรับคนนี้หมอรับประกันได้ว่าเขารักสัตว์จริงๆ แน่นอน เพราะเป็นลูกสาวของเพื่อนของหมอเองล่ะ คุณหมอภานุบอกให้คลายกังวล เพิ่งจบสัตวแพทย์จากอเมริกามา แล้วไฟแรงมากอยากจะเปิดโรงพยาบาลสัตว์ พอดีหมอคิดว่ากำลังถึงเวลาที่ควรจะพักผ่อนได้เสียที ช่างประจวบเหมาะจริงๆ โอ๊ะ! นั่นไง เดินมาโน่นแล้ว พูดจบคุณหมอก็พยักเพยิดไปทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งภัทรกำลังยืนหันหลังให้อยู่ ภัทรจึงเหลียวหลังไปดู
หญิงสาวผิวขาวที่กำลังเดินเข้ามาในชุดเสื้อยืดลายทางสีชมพูสลับขาวกับกางเกงห้าส่วนสีขาวสะอาด เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงกลางหลังที่หยักศกเล็กน้อย ใบหน้าเล็ก คิ้วเรียวได้รูป จมูกโด่งแต่เชิดรั้งตรงปลายนิดหน่อย ริมฝีปากบางที่ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างส่งยิ้มให้กับคุณหมอภานุ
ตะวัน... ภัทรเรียกชื่อออกมาอย่างลืมตัว
ภัทร! สาวสวยยกมือขึ้นปิดปากเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
อ้าว! รู้จักกันแล้วรึ? คุณหมอภานุพูดพลางมองคนทั้งสองที่ยังยืนนิ่งมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น
edit @ 2007/01/05 17:14:42
จะตามมาแวะเวียนเยี่ยมบล็อกค่ะ
พี่สาวที่น่ารัก
#1 By แมวดาวY(uri) on 2006-02-26 13:42