The Story of Sun and Moon - Chapter 3 -
posted on 26 Feb 2006 23:58 by bluearrow in The-Story-of-Sun-and-Moonงั้นเหรอ? ภัทรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างเคย ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งก็คงแปลกใจนิดหน่อยน่ะ ไม่เจอกันตั้งนานแล้วนี่
ตะวันยิ้มขำเล็กน้อย สำหรับภัทรแล้ว อาการแบบนั้นคงเรียกได้ว่า ตกใจมาก นั่นแหละ
ภัทรนี่ไม่เคยพัฒนาเลยนะ ยังพูดน้อยไม่ยอมแสดงความรู้สึกออกมา ใครเขาจะไปรู้ว่าเธอคิดยังไงกันล่ะ? คิดดูสิเจอกันแรกๆ ไม่เคยพูดกับตะวันเลยสักคำ
ก็มัน.... ภัทรเถียงไม่ออก ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา
*
หลังจากวันที่พบกันครั้งแรกนั้น ไม่นานภัทรก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใคร
ใครๆ ก็ย่อมต้องรู้จักแน่นอน สาวสวยที่เพียงแค่เข้ามาเรียนวันแรกก็มีผู้ชายแย่งกันจีบนับสิบคนแล้ว ภัทรได้ยินเรื่องของคนๆ นี้เข้าหูมาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจจะจดจำชื่อเสียงเรียงนามเอาไว้ และไม่เคยสนใจจะไปดูว่าตัวจริงของคนที่ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร รู้เพียงแต่ว่าเธอเรียนในแผนการเรียนสายวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกันกับภัทรเพียงแต่อยู่คนละห้องกันเท่านั้น
หลังจากวันที่เจอกันนั้น ชื่อ ตะวันจึงเพิ่งจะลอยมาสะดุดหูภัทรและทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าคือ ตะวันคนนั้นแน่นอน
แม้ว่าภัทรจะไม่ได้สนใจในตัวคนที่ว่ากันว่าจะกลายเป็นดาวโรงเรียนคนต่อไปนั่นสักเท่าใด แต่ภาพที่เธอได้เห็นในเย็นวันนั้นกลับยังติดตรึงอยู่ในมโนสำนึกของภัทร และมักจะล่องลอยเข้ามาในยามที่เธอรู้สึกเบื่อหน่ายและเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่รู้ตัวเสมอ
ก็ไม่แปลกที่ใครต่อใครจะพากันชื่นชอบ ภัทรเองยังต้องยอมรับว่าตะวันนั้นหน้าตาสวยน่ารักมากทีเดียว แต่เธอไม่สนใจกับความสวยงามแต่ภายนอกอยู่แล้ว คนเราจะสวยงามหรือไม่มันอยู่ที่ข้างในตัวตนมากกว่า
แต่ภาพของเทพธิดาที่กำลังให้ความเมตตากับสัตว์โลกตัวน้อยในวันนั้น มันช่างสวยงามราวกับภาพวาดจริงๆ
ในวันต่อๆ มา หลายครั้งทีเดียวที่ภัทรเดินสวนกับตะวันตามระเบียงทางเดิน เธอจะมีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลังมากมายเสมอ ต่างก็พูดคุยหัวเราะคิกคักกัน และทุกครั้งภัทรก็เห็นว่าตะวันจะยิ้มและหัวเราะอย่างสดใสร่าเริงเสมอ
ต่างกับภัทรที่มักจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียว บางครั้งก็อาจจะไปกับเดียร์บ้าง เธอคิดเสมอว่าทำไมพวกผู้หญิงจะต้องไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มๆ ด้วยนะ จะเข้าห้องน้ำก็ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน ไปไหนมาไหนคนเดียวไม่เป็นหรือยังไงกัน
ทุกครั้งที่เดินสวนกัน ตามปกติแล้วภัทรจะทำเป็นไม่เห็นสาวสวยที่อยู่ตรงกลางกลุ่มนั้น แต่หากครั้งใดภัทรหันไปสบตากับเธอเข้าก็จะได้รับรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรส่งมาให้เสมอ แต่ภัทรก็ทำเพียงแค่เลิกคิ้วตอบกลับหรือพยักหน้าให้เท่านั้น อย่างดีที่สุดก็ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
ไอ้การที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาแบบนั้นน่ะมันเป็นการเสแสร้งแล้ว จะมีใครที่ไหนในโลกที่จะมีความสุขแบบนั้นได้ตลอดเวลากัน
บางครั้งภัทรแอบดูถูกอยู่ในใจ นางฟ้าแสนสวยที่ใครๆ ต่างชื่นชม แต่ข้างใต้รอยยิ้มนั่นจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ อาจจะมีนางมารร้ายซ่อนอยู่ก็ได้ เอาเถอะชื่นชมกันเข้าไป อย่างน้อยก็เธอคนหนึ่งล่ะที่คงไม่บ้าไปกับคนอื่นๆ ด้วย
*
เธอเองนั่นแหละที่แสดงความรู้สึกมากเกินไป ไม่เคยได้ยินเหรอว่า ความลึกลับน่ะมันเป็นเสน่ห์ของผู้หญิง ภัทรแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ
พวกไม่ค่อยพูดสิเขาเรียกพวกไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ ตะวันเถียง แรกๆ ที่เห็นภัทรน่ะ ตะวันก็แอบคิดนะว่าทำไมผู้หญิงคนนี้หยิ่งจัง
ก็แค่ขี้เกียจพูดน่ะ ภัทรเฉไฉไปเรื่อยเปื่อย
อ๋อเหรอ.... ตะวันพูดเสียงเล็กเสียงน้อยที่ทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ
*
ขอบคุณนะคะสำหรับดอกไม้ แต่ว่าตอนนี้ตะวันยังไม่คิดเรื่องนี้ ขอโทษจริงๆ นะคะ ตะวันขอโทษขอโพยด้วยสีหน้าและน้ำเสียงรู้สึกผิดกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ของตะวันหนึ่งปี วันนี้เขาเรียกเธอออกมาจากห้องเรียนตั้งแต่เช้าก่อนชั่วโมงเรียนจะเริ่มขึ้น และมอบดอกไม้ช่อเล็กๆ ให้กับเธอช่อหนึ่ง พร้อมกับคำสารภาพว่าชอบเธอมาก
นับตังแต่เธอเข้ามาในโรงเรียนนี้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่สิบสองแล้วที่มาสารภาพรักกับเธอ ยังไม่รวมผู้หญิงท่าทางห้าวๆ อีกสามคน และผู้หญิงที่ดูเหมือนผู้หญิงทั่วไปอีกคนหนึ่ง เรื่องแบบนี้ทำให้ตะวันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก
เธอไม่คิดว่าการรักหรือการถูกรักเป็นเรื่องเสียหาย มีคนชอบก็ย่อมดีกว่ามีคนเกลียดสิ
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไรกับการที่มีคนมาบอกว่าชอบเกือบทุกวันแบบนี้ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะรับรักใครทั้งนั้น เพราะเธอไม่สนใจและไม่เหลือเวลาพอจะมาให้กับใครนักหรอก แค่เรื่องเรียนกับการคอยดูแลพวกหมาๆ ในโรงเรียนนี่ก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว
แต่บางครั้งเธอก็นึกสงสัย ทำไมใครๆ ถึงพากันชื่นชมเธอนักนะ เธอเองคิดว่าผู้หญิงแบบเธอหาได้ทั่วไปในโรงเรียนนี้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนไหนๆ ก็สดใสร่าเริงดูน่ารักกันทั้งนั้นแหละ
....แต่ถ้าเป็นอย่างผู้หญิงคนนั้นสิค่อยแตกต่างหน่อย ทำไมไม่ไปสนใจกันบ้างนะ
หลังจากที่ได้พบกันวันนั้น วันรุ่งขึ้นตะวันก็ได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร นั่นเพราะเพื่อนสาวในกลุ่มคนหนึ่งที่เป็นคนนิยมชมชอบผู้หญิงที่มีบุคลิกเท่ๆ ห้าวๆ ซึ่งคงจะติดนิสัยนี้มาจากการเรียนในโรงเรียนหญิงล้วนมานั้น ได้มาเล่าและชี้ชวนให้ตะวันดู
ผู้หญิงผมสั้นตัวสูงร่างเพรียวที่ชื่อ พิธุภัทรคนนั้นที่มักจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่เสมอ ใบหน้านิ่งๆ ที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ สีหน้าและแววตาดูเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
ไม่มีท่าทางห้าวหาญเหมือนผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้ดูอ่อนหวานสดใสอย่างผู้หญิง หน้าตาก็จัดว่าสวยอยู่หรอก แต่ดวงตานั้นกลับดูน่ากลัวเสียมากกว่า ไม่ได้ซอยผมจนสั้นเหมือนทอมบอยทั่วไป แต่ในมุมมองของตะวันแล้วแบบนี้ดูดีกว่าเสียอีก คนๆ นั้นไม่จำเป็นต้องทำตัวเหมือนผู้ชายแต่สามารถดูเท่กว่าผู้ชายทั่วๆ ไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรมากเลย
...คนแบบนี้สิที่หาได้ยากหน่อย ทำไมไม่ไปชอบกันบ้างนะ
แต่จะว่าไป คงเป็นเพราะความที่ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใครจนดูน่ากลัวแบบนั้นนั่นแหละ คนถึงไม่กล้าเข้าใกล้กระมัง?
ในวันที่ตะวันได้พบกับภัทรในวันแรกนั้น ชั่วขณะหนึ่งตะวันคิดว่าได้เห็นอะไรบางอย่างในแววตาที่นอกเหนือจากความเย็นชาน่ากลัวนั้น แม้จะไม่รู้ว่าคืออะไร แต่มันก็ทำให้ตะวันคิดว่าคนๆ นี้คงไม่ได้น่ากลัวเหมือนรูปลักษณ์ภายนอกหรอก
ดังนั้นตะวันจึงส่งยิ้มให้เธอทุกครั้งที่เดินสวนกันตามระเบียงทางเดิน แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วภัทรนั้นมักจะไม่ทันมองเห็นเธอและไม่ได้สบตาด้วย แต่บางครั้งที่ได้สบตากันนั้นก็จะมีแต่คิ้วที่ขมวดมุ่นด้วยความสงสัย หรือแค่อาการพยักหน้าเล็กน้อยให้เท่านั้น
นานๆ ทีอาจได้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น
ตะวันคิดว่านั่นคงเป็นวิธีการแสดงออกของคนๆ นั้นนั่นแหละ แม้ตะวันจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคนเราจะมีเรื่องอะไรให้ครุ่นคิดกังวลใจนักหนาได้ตลอดเวลาจนต้องทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้น
บางครั้งตะวันก็คิดว่า บางทีถ้าได้รู้จักคนๆ นั้นจริงๆ เขาอาจเป็นคนดีในแบบที่เธอนึกไม่ถึงก็เป็นได้ เหตุผลนี้เองที่ทำให้ตะวันยังคงส่งยิ้มให้กับภัทรอยู่เสมอ แม้ว่าในบางครั้งจะไม่ได้รับการตอบรับใดๆ กลับมาเลยก็ตาม
edit @ 2007/01/05 17:16:42
#1 By @bink@ on 2007-07-28 21:19