2006/Feb/27

ก็ตั้งแต่ตอนนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ชีวิตเราวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ภัทรบ่นพร้อมกับพ่นลมทางจมูกอย่างหงุดหงิด

นั่นสินะ เพราะหลังจากวันนั้นภัทรก็ป็อปปูล่าร์ขึ้นมาทันทีเลยนี่ มีสาวๆ มาสารภาพรักไม่รู้ตั้งกี่คน สาวสวยแอบยิ้มขำ

ป็อปยังไงก็สู้เธอไม่ได้หรอก ตั้งแต่วันนั้นก็กลายเป็นดาวโรงเรียนไปเลยนี่

*

ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เพราะหลังจากวันงานกีฬาสีเป็นต้นมา จำนวนคนมาจีบตะวันก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว และความสวยโดดเด่นก็ทำให้ใครๆ ยกตำแหน่งดาวโรงเรียนให้กับเธอโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ

ส่วนภัทรเองนั้นจากการที่ได้แสดงให้เห็นรอยยิ้มที่แท้จริงต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนแล้ว ก็ทำให้บรรดาคนที่เคยแอบชื่นชอบภัทรแต่เกรงกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้นั้น ต่างก็ตัดสินใจว่าภัทรคงไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและทยอยกันมาสารภาพความรู้สึกกันเป็นแถว(แม้ว่าจะไม่เท่ากับตะวันก็ตาม) จนเกือบจะเหมือนตอนที่เธอยังเรียนอยู่สมัยมัธยมต้นแล้ว แตกต่างก็ตรงที่ยังพอมีชายหนุ่มใจกล้าอยู่สองสามคนที่ทดลองบอกความในใจกับเธอดู แม้ว่าจะหวั่นเกรงอยู่แล้วว่าภัทรคงไม่ชอบผู้ชายเป็นแน่ก็ตาม

แน่นอนว่าภัทรปฏิเสธไปหมดทุกคนไม่ว่าจะชายหรือหญิง แถมยังปฏิเสธอย่างสุภาพเสียด้วย นั่นเพราะว่าภัทรไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่ใครๆ คิดจริงๆ นั่นแหละ เธอแค่เป็นคนไม่ชอบพูดออกมามากเกินความจำเป็นเท่านั้นเอง ดังนั้นคนที่มาสารภาพรักกับเธอจึงไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง เพราะต่างก็รู้ว่าเธอคงไม่ลุกขึ้นมาต่อยใครจนสลบเป็นแน่

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องพวกนี้ยิ่งทำให้ภัทรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนน้อยลงไปอีก เพราะเธอต้องการหลบหน้าผู้คนที่พยายามจะเข้ามาใกล้ชิดเธอ ดังนั้นเมื่อเธอมีเวลาว่างเธอก็จะหลบไปอยู่ในห้องชมรมดนตรีที่ตึกกิจกรรมด้านหลังทันที ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ใครตามหาตัวเธอเจอ คนที่รู้ว่าเธอหลบไปอยู่ที่ไหนบ่อยๆ มีเพียงเดียร์เพื่อนสนิทและเพื่อนรวมวงอีกสี่คนเท่านั้นเอง ซึ่งพวกเขาก็ต่างรู้เห็นเป็นใจให้ภัทรได้หลบอย่างปลอดภัยเต็มที่

ส่วนตะวันยังคงทำตัวเช่นเดิม แม้ว่าจะมีคนมาจีบเพิ่มมากขึ้นเท่าไรหรือใครจะให้ของอะไรก็ตาม เธอก็ยังคงยิ้มรับด้วยความยินดี แต่ไม่เคยที่จะตกลงปลงใจกับใครหรือพูดให้ความหวังกับใครทั้งนั้น

แม้แต่พี่แม็กที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มหล่อที่ป็อปที่สุดของโรงเรียนก็ยังสนใจในตัวเธอ แต่ก็โดนหักอกไม่ต่างกับคนอื่นๆ เช่นกัน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งนับจากวันงานกีฬาสีนั่นก็คือ ทั้งภัทรและตะวันต่างก็ให้ความสนใจในตัวอีกฝ่ายมากขึ้น สำหรับตะวันนั้นเธอรู้สึกสนใจในตัวภัทรเพราะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่น่าค้นหา และมีบุคลิกที่แทบจะตรงกันข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิง หากภัทรเป็นผู้ชายและมีบุคลิกเช่นนี้ตะวันคงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไร แต่ในเมื่อภัทรเป็นผู้หญิงจึงทำตะวันเกิดความสงสัยในความนึกคิดของภัทรอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เธอจึงมักจะคอยแอบมองดูพฤติกรรมของภัทรอยู่บ่อยๆ เธออยากรู้ว่าจะได้เห็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากท่าทีเย็นชาตามปกติอีกหรือไม่ สำหรับตะวันนั้นภัทรเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ต่างขั้วกัน นั่นคือไม่มีความเหมือนกับตัวเธอเองเลย แต่กลับดึงดูดให้สนใจและเข้าหาอยู่เสมอ

ส่วนภัทรนั้นแม้จะเคยคิดดูถูกว่าตะวันคงจะมีข้อเสียหรือส่วนไม่ดีอะไรในตัวบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภัทรก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตะวันมาเข้าหูเลยแม้แต่ครั้งเดียว คงจะมีก็แต่เรื่องผู้ชายที่เธอบอกปัดไปเท่านั้นที่มักจะได้ยินคนคอยซุบซิบเรื่องทำนองนี้อยู่เป็นประจำ(แม้ว่าภัทรจะไม่ได้ตั้งใจฟังก็ตาม) และบ่อยครั้งเมื่อภัทรอยู่หลังเลิกเรียนจนเย็น หากเธอมองลงมาจากอาคารเรียนก็มักจะได้เห็นภาพตะวันที่คอยให้อาหารสุนัขพวกนั้นอยู่เสมอ และไม่เคยมีท่าทีรังเกียจใดๆ แม้ว่าพวกหมาเหล่านั้นจะทำให้เสื้อผ้าของเธอเปรอะเปื้อนบ้างก็ตาม

ภัทรเองก็ให้ความสนใจในตัวของตะวันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เธอก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกัน

*

ทั้งสองคนนั่งเงียบกันไปอีกครู่หนึ่ง แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังทำลายความเงียบขึ้น

ภัทรรับโทรศัพท์นั้นและสนทนาด้วยเสียงทุ้มลึกเบาๆ ตามแบบของเธอ แต่ตะวันก็ได้ยินชัดเจนทีเดียว

อืม...วันนี้ไม่ได้หรอก เอาเป็นพรุ่งนี้พี่จะไปกินข้าวด้วยแล้วกัน

ภัทรส่งเสียง อือ ตอบปลายสายอีกหลายครั้งก่อนจะวางสายไป และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตาของตะวันที่มองมาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างล้อเลียน

ใครน่ะ? แฟนเหรอ? น่ารักรึเปล่า? ที่ตะวันคิดเช่นนี้ นั่นเพราะว่าเธอรู้ดีว่าภัทรเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องที่ไหนซึ่งเหมือนกับตะวันเองเช่นกัน

อืม...ก็น่ารักมั้ง

มั้งได้ยังไงกัน เฮ้อ...ภัทรนี่นะ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ตะวันบ่น

ภัทรขมวดคิ้วมุ่นและทำตาโตใส่แทนคำต่อว่ากลับ

เอางี้ เทียบกับตะวันใครน่ารักกว่ากันเอ่ย? หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางหันหน้าเล็กน้อยไปทางซ้ายทีขวาทีพร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน

ไม่รู้สิ ก็เป็นคนละคนกันนี่ ภัทรตอบหลังจากใช้เวลาพิจารณาใบหน้าของตะวันประมาณสองวินาที

อะไรกัน ตอบแบบนี้ได้ไงเนี่ย

....ก็มันไม่เหมือนกันนี่ ไม่มีทางเปรียบเทียบกันได้หรอก ไม่มีใครจะเหมือนเธอได้...

ภัทรก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดขึ้นในที่สุด เราต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวต้องไปทำงานต่ออีกเธอหยุดพูดไปนิดหนึ่ง ยังไงเราต้องไปรับแกงส้มก่อนอยู่แล้ว จะไปพร้อมกันเลยมั้ย?

ภัทรไปก่อนเถอะ เราอยากนั่งอยู่ที่นี่สักพักก่อนน่ะ ตะวันตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานเช่นเคยก่อนจะถามกลับ นี่...พอตะวันมาทำโรงพยาบาลที่นี่ต่อแล้ว ภัทรจะยังพาแกงส้มมาที่นี่อยู่อีกรึเปล่า?

หญิงสาวผมสั้นร่างสูงจ้องมองตอบกลับมาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเผยยิ้มให้ เหมือนจะเป็นรอยยิ้มที่ตะวันคุ้นเคย แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป

แน่นอนสิ... เธอหยุดเว้นจังหวะก่อนจะเสริมว่า ก็ที่นี่มันใกล้บ้านเราที่สุดนี่นา

จากนั้นภัทรจึงลุกขึ้น โบกมือเป็นเชิงลาก่อนจะเดินออกประตูร้านไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

รอยยิ้มกว้างค่อยๆ จางลงไป สาวสวยที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมมองผ่านกระจกร้านตามแผ่นหลังของร่างที่เพิ่งออกประตูไปนั้นพลางถอนใจ

ภัทรนิสัยไม่เปลี่ยนไปเลยนะ แต่ว่า...คงมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปแล้ว

ตะวันกลับมาถึงบ้านอันอบอุ่นของเธอในวันนั้นตอนหัวค่ำพร้อมกับความเหนื่อยล้า หลังจากที่เธอพบกับภัทรโดยไม่ทันตั้งตัวในวันนี้แล้วนั้น เธอก็ยังกลับไปดูงานก่อสร้างที่โรงพยาบาลสัตว์ต่ออีกจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน

การได้พบกับภัทรในวันนี้ทำให้ความทรงจำต่างๆ ในอดีตชัดเจนขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้

*

หลังจากงานกีฬาสีผ่านพ้นไปได้เกือบสองเดือน ชีวิตของตะวันยังคงปกติสุขดี ถ้าไม่นับเรื่องที่มีคนมาชอบเธอมากขึ้นแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็นับว่าเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เจ้าหมาน้อยชีโร่ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สมบูรณ์แข็งแรงดี มันเริ่มกล้าที่จะไปเดินเที่ยวรอบโรงเรียนและไปรวมกลุ่มกับหมาตัวอื่นๆ บ้างแล้ว

วันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่เธอจะต้องไปให้อาหารหมาทุกตัวในโรงเรียน ตามปกติช่วงนี้เจ้าชีโร่จะเริ่มออกมากินอาหารพร้อมกับตัวอื่นๆ แล้ว แต่บางครั้งมันก็ยังหลบไปอยู่ใต้ม้าหินอ่อนตัวเดิมอยู่บ้าง ดังนั้นตะวันจึงไม่แปลกใจเท่าไรที่ไม่เห็นมันมากินอาหารพร้อมกับตัวอื่นๆ ในวันนี้

แต่เมื่อตะวันไปหาเจ้าชีโร่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นชมพูพันธ์ทิพย์นั้น กลับไม่ปรากฏเงาของเจ้าชีโร่อยู่เลย

ตะวันเริ่มร้อนใจ เธอเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าชีโร่ จะถูกรถคันไหนชนหรือเปล่า? หรือว่ามันเดินหลงทางออกไปนอกโรงเรียนเสียแล้ว?

เธอเดินตามหามันไปทั่วบริเวณนั้น เดินดูตามถนนในโรงเรียน และค่อยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่ไม่เห็นร่องรอยอะไรที่บ่งบอกว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับมัน

ตะวันเดินหามันอยู่นานจนกระทั่งเริ่มเย็นมากขึ้นทุกที เธอโทรศัพท์ไปบอกคนขับรถให้รออยู่ที่รถก่อนเพราะเธอยังให้อาหารหมาไม่เสร็จดี และเริ่มเดินหาตามใต้ตึกอื่นๆ ในโรงเรียน

หาอะไรอยู่เหรอครับน้องตะวัน เสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในระหว่างที่ตะวันกำลังก้มลงมองหาใต้ม้านั่งข้างสนามบาสเก็ตบอล

อ้าว! พี่แม็ก ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ? ตะวันทักทายพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย

ยังครับ พี่เพิ่งเล่นบาสกับเพื่อนเสร็จ แล้วก็เลยเอาลูกบาสไปเก็บในห้องพละ พอพี่ออกมาเพื่อนๆ พี่ก็หนีกลับกันไปหมดแล้วเนี่ย ว่าแต่ว่า...ตะวันกำลังหาอะไรอยู่เหรอครับ พี่เห็นก้มๆ เงยๆ อยู่นานแล้ว ให้พี่ช่วยมั้ย?

ก็เจ้าชีโร่น่ะสิคะไม่รู้หายไปไหน ตะวันตอบด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

ใช่หมาตัวที่สีขาวทั้งตัว หูตูบข้างหนึ่งรึเปล่า?

ใช่แล้วค่ะ! พี่เห็นมันรึเปล่าคะ? ตะวันร้องถามอย่างดีใจ

เมื่อกี้เห็นเดินไปทางโน้นน่ะครับ เขาตอบพลางชี้ไปทางตึกเรียนด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของชมรมต่างๆ ลองไปดูกันมั้ย?

ค่ะ! ตะวันรับคำอย่างแข็งขัน ในเวลานี้เธอไม่คิดถึงเรื่องอะไรอื่นนอกเหนือจากเจ้าชีโร่เท่านั้น

ทั้งสองคนจึงเดินไปด้วยกันที่นั่น ตะวันลองร้องเรียกและมองหาแถวๆ หน้าตึกนั้น แต่ก็ไม่เห็นเงาของเจ้าชีโร่แต่อย่างใด

ลองเดินไปดูข้างหลังตึกนี้ดีมั้ยครับ? บางทีมันอาจจะเข้าไปเล่นในนั้นแล้วไม่ได้ยินเสียงพวกเราก็เป็นได้ พี่แม็กเสนอพลางชี้ไปด้านหลังตึก

ตะวันพยักหน้าและยิ้มให้แทนคำตอบ เธอรีบเดินไปตามทิศทางที่พี่แม็กชี้ทันที

ด้านหลังตึกเป็นเพียงซอกเล็กๆ ตัวตึกและกำแพงรั้วห่างกันไม่ถึงสามเมตรดี มีพวกแผ่นไม้อัด ท่อนเหล็ก และถังสีที่ไม่ใช้แล้ววางพิงกำแพงเอาไว้เกะกะไปหมด ตะวันลองเดินเข้าไปดูตามซอกระหว่างแผ่นไม้กับกำแพงแถวนั้นแต่ก็ยังไม่เห็นเจ้าชีโร่อยู่ดี

ทันใดนั้นก็มีมือแข็งแรงเอื้อมมาปิดปากเธอจากทางด้านหลัง แล้วลากตัวเธอออกมาดันหลังติดกับกำแพงตึกอีกด้านหนึ่ง พี่แม็กนั่นเอง ตอนนี้เขามีแววตามุ่งร้ายแบบที่ตะวันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาใช้มือข้างหนึ่งปิดปากตะวันเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็รวบข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้างของตะวันไพล่หลังเอาไว้จนแน่น และใช้แรงกดเธอให้ทรุดลงกับพื้น เด็กสาวร่างบอกบางเช่นตะวันไม่มีแรงจะขัดขืนใดๆ และไม่สามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลย

ในขณะที่กำลังตื่นตกใจกลัวและสิ้นหวังอยู่นั้น ก็มีเงาของคนอีกคนหนึ่งทอดยาวลงมาจากด้านหลังของพี่แม็ก แสงอาทิตย์ที่ใกล้อัสดงที่ส่องจากด้านหลังทำให้เธอมองไม่เห็นหน้าของคนๆ นั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมารวดเร็วมากจนตะวันแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อตั้งสติได้อีกครั้งเธอก็เห็นพี่แม็ก นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น พยายามยันตัวเองลุกขึ้น แต่ก็เหมือนมึนงงและหมดเรียวแรงล้มลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นซีเมนต์เย็นๆ อีกครั้ง

มือเรียวยาวมือหนึ่งเอื้อมลงมาฉุดให้ตะวันลุกขึ้น และเมื่อลุกขึ้นยืนเต็มที่แล้ว เธอจึงเพิ่งรับรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร

สาวผมสั้นสีดำร่างสูงผู้แสนจะเย็นชาและไร้มนุษย์สัมพันธ์คนนั้นนั่นเอง

ไปกันเถอะ ภัทรบอกเรียบๆ ด้วยสีหน้าจริงจังกว่าปกติแบบที่ตะวันไม่เคยเห็นมาก่อน และยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรตอบ สาวร่างสูงก็ใช้มือเรียวยาวจับรอบข้อมือของเธอดึงขึ้น เธอจึงถูกกึ่งลากกึ่งพยุงออกไปจากที่ตรงนั้นทันที

ตะวันเดินตามที่ถูกภัทรจูงมือไปแบบไร้เรี่ยวแรง และในที่สุดขาทั้งสองข้างก็ไม่อาจรับน้ำหนักได้ไหวอีกต่อไป เธอจึงทรุดนั่งหมดแรงลงบนม้าหินอ่อนใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ตัวเดิมนั่นเอง

เธอรู้สึกว่าภัทรนั่งลงข้างๆ เธอ แต่เธอก็ไม่อาจหันหน้าไปหาพร้อมกับยิ้มให้ได้เหมือนเคย เพราะตะวันรู้สึกสับสนและตกใจกลัวเป็นอย่างมาก ในหัวของเธอว่างเปล่าไปหมดราวกับว่าสมองได้หยุดทำงานไปแล้ว มีเพียงก้อนอะไรบางอย่างที่จุกอยูในลำคอเท่านั้น

ตามมันไปในที่แบบนั้นได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่ามันอันตราย คนที่นั่งข้างๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิเล็กน้อย

ฟังยังไงก็ไม่มีทางเป็นคำพูดปลอบใจไปได้ มีแต่ทำให้สิ่งที่จุกอยู่ในคอของตะวันนั้นเอ่อล้นออกมาทางสองตา หยดน้ำใสไหลรินอาบสองแก้มใสช้าๆ และไม่นานก็กลายเป็นสายธารไหลลงมาไม่หยุดอย่างควบคุมไม่ได้ เธอใช้สองมือเล็กๆ นั้นปิดหน้าเอาไว้ ก้มลงจนชิดกับตักของตนเองพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ทำให้ไหล่ของเธอสั่นน้อยๆ

และโดยไม่คาดคิด มือของคนข้างๆ ก็สอดเข้ามาใต้แขนของเธอและจับมือข้างหนึ่งของเธอเอาไว้ สอดนิ้วประสานเข้ากับนิ้วของเธอพร้อมกับบีบกระชับเล็กน้อย

แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างของตะวันจนทำให้ความอดกลั้นของตะวันถึงขีดจำกัด เธอปลดปล่อยความอ่อนแอทั้งหมดออกมาโดยซบใบหน้าลงกับไหล่ของคนข้างๆ และร้องไห้ออกมาหนักยิ่งกว่าเดิม แต่คนข้างๆ นั้นก็ไม่ได้พูดหรือทำอะไร ยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้น

ใช้เวลาหลายนาทีทีเดียวกว่าที่เสียงสะอื้นของเธอจะจางลง จนกระทั่งเกือบจะหยุดลงไป สาวร่างสูงคนข้างๆ จึงปล่อยมือที่เกาะกุมเอาไว้ออกแล้วเอนหลังพิงกับโต๊ะพร้อมกับกอดอกหลวมๆ สายตาทอดมองออกไปยังสระน้ำอีกฝั่งหนึ่งอย่างเหม่อลอย

นับจากพรุ่งนี้ไปเราจะนั่งรออยู่ที่นี่หลังเลิกเรียน ภัทรพูดขึ้นทำลายความเงียบ ก่อนจะไปหาหมาพวกนั้นให้มาหาเราที่นี่ก่อน แล้วเราจะไปเป็นเพื่อนด้วย

ตะวันยังไม่สามารถรับรู้คำพูดเหล่านั้นได้ในทันที

ว่ายังไงนะ? เธอถามอีกครั้งด้วยเสียงปนสะอื้นเล็กๆ

เราจะอยู่เป็นเพื่อนทุกเย็นเอง หลังเลิกเรียนเราจะรออยู่ที่นี่

ตะวันประหลาดใจกับคำพูดนี้มากทีเดียว

อย่าเลย ไม่เป็นไรหรอก ตะวันไม่เป็นไรแล้ว

เราจะรอ... ภัทรพูดต่อ น้ำเสียงนั้นยังคงนิ่งสนิท ถ้าไม่อยากให้เรานั่งตบยุงรอจนเย็นจนค่ำก็มาที่นี่หลังเลิกเรียนซะ เธอยังคงพูดโดยไม่หันมามองตะวันแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ว่า...

เราจะไม่อยู่รอถ้าเธอไม่ต้องการจริงๆ คนที่นั่งข้างๆ ขัดขึ้น แล้วจึงลุกขึ้นยืน ยังคงไม่หันมามองตะวัน

ตะวันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ตะวันเกรงใจ... ตะวันตอบเสียงแผ่วเบา สายตาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของสาวร่างสูง

ในที่สุดภัทรก็หันหน้ามา เธอมองสบตากับตะวันนิ่งอยู่หลายวินาที ตะวันยังคงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าแววตานั้นมีความหมายอย่างไรและคนๆ นี้กำลังคิดอะไรอยู่

ถ้าเธอต้องการ เราจะมาอยู่ข้างๆ เสมอ น้ำเสียงเรียบๆ แต่จริงจังนั้นทำให้ตะวันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง

และไม่รู้เพราะอะไรจึงทำให้ตะวันหลุดปากถามออกไปแบบนั้น

สัญญานะ?

สาวผู้มีแววตาแข็งกร้าวคนนั้นจ้องตอบกลับมาลึกลงไปในดวงตา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง

อืม...สัญญา

ตะวันส่งยิ้มกว้างให้กับภัทร ความอบอุ่นอาบอิ่มในหัวใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ไปกันได้รึยัง? สาวผู้เงียบขรึมเอ่ยถามขึ้น

ตะวันเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับครุ่นคิด เธอยังไม่ได้จัดการเรื่องสำคัญเลย

แต่ว่า...ยังไม่ได้ให้อาหารเจ้าชีโร่เลย

และด้วยความประหลาดใจ คนตรงหน้าส่งยิ้มกว้างให้ตะวันเห็นเต็มตาเป็นครั้งแรก มันช่างดูอบอุ่นกว่ารอยยิ้มไหนๆ ที่เธอเคยเห็นมา พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าตะวัน

งั้นเราไปหาเจ้าชีโร่กันให้เจอก่อนจะมืดเถอะ

ตะวันยิ้มกว้างตอบกลับไปด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปจับกระชับกับมือเรียวยาวนั้น

และแล้วความเป็นเพื่อนของเธอกับภัทรก็เริ่มต้นขึ้นจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นเอง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกันแล้ว ลุ้นๆ ตอนต่อไป

ปล.ทำไมไม่มีใคร ment เลยล่ะค่ะ...แปลกใจค่ะ
#1  by  @bink@ At 2007-07-28 21:52, 

<< Home


Blue Arrow, ธนูสีฟ้า
View full profile