The Story of Sun and Moon - Chapter 6 -
posted on 27 Feb 2006 00:57 by bluearrow in The-Story-of-Sun-and-Moonคืนนั้นหลังกลับจากการซ้อมดนตรีตามตารางเวลาแล้วนั้น ภัทรก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงและนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น เมื่อเจ้าแกงส้มกระโดดขึ้นบนเตียงมานอนอยู่ข้างตัว เธอก็ทำเพียงแค่ลูบหัวมันอย่างช้าๆ ดวงตาจับจ้องอยู่บนเพดาน
วันนี้เธอทำได้ไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่ก็เป็นการซ้อมตามปกติ เพลงที่เธอร้องมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับไม่ได้อย่างใจเลย ราวกับว่าไม่ใช่เสียงของตัวเธอเอง ทั้งเพื่อนในวงและทีมงานต่างก็แปลกใจไปตามๆ กัน
ทุกคนแปลกใจที่ดูเหมือนว่าภัทรจะไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่แม้จะเป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่ทุกครั้งที่ร้องเพลงเธอจะเต็มที่กับมันเสมอ ไม่เคยมีเรื่องใดทำให้เธอวอกแวกได้มาก่อนเลย
ภัทรเองก็ยังรู้สึกตัว เพียงแต่เธอรู้ว่าเพราะอะไรทำให้เธอเป็นแบบนี้
นับตั้งแต่ภัทรก้าวเท้าออกมาจากร้านกาแฟเมื่อตอนกลางวันนั้น เธอยังไม่สามารถหยุดคิดถึงใบหน้าของสาวสวยผู้มีผมหยักศกยาวถึงกลางหลัง คนที่เธอไม่ได้เห็นมากว่าห้าปีแล้วได้เลย
แม้ภายนอกเธอจะดูสงบนิ่งมากเท่าไร แต่ในใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้วมันได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งๆ ที่ควรจะลืมไปแล้ว ทั้งที่คิดว่าตัวเองลืมไปได้แล้วแท้ๆ แต่แค่ชั่วขณะที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั่นอีกครั้งก็เหมือนว่า ความรู้สึกที่เคยถูกขังจมลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจจะพวยพุ่งออกมาจากที่ซ่อนของมันได้ในทันที
*
กลับก่อนนะภัทร อย่าลืมล็อกห้องด้วยล่ะ ป่านซึ่งเป็นรุ่นพี่ภัทรหนึ่งปีและเล่นในตำแหน่งมือเบสของวงบอกกับภัทรพร้อมกับยิ้มให้ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องชมรมดนตรีไปพร้อมกับคนอื่นๆ
ตัวภัทรเองขออยู่เล่นกีตาร์คนเดียวต่อไปหลังจากการซ้อมในวันนี้เสร็จสิ้นลง เพราะเธอยังแกะเพลงใหม่ไม่เสร็จดีจึงอยากทำต่อในวันนี้ให้จบ
ภัทรนั่งแกะเพลงอยู่คนเดียวอย่างนั้นจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว เธอจึงลุกขึ้นเก็บของ ออกจากห้องชมรม และตรวจดูความเรียบร้อยว่าล็อกห้องแน่นหนาดีหรือไม่
เสียงร้องเรียกชื่อใครสักคนดังแว่วขึ้นมาจากด้านล่าง แต่เนื่องจากห้องชมรมของภัทรอยู่บนชั้นห้า เธอจึงได้ยินไม่ถนัดนักว่าเป็นเสียงของใคร ดังนั้นเธอจึงชะโงกหน้าลงไปมองด้านล่างตึก
สาวสวยดาวโรงเรียนคนใหม่คนนั้นนั่นเอง
แต่ว่ามีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งอยู่แถวนั้นด้วย ใช้เวลาสองสามวินาทีภัทรก็จำได้ว่าเขาคนนั้นคือหนุ่มหล่อที่หลายๆ คนเคยพูดถึงกัน แถมยังเคยถูกตะวันปฏิเสธมาแล้วอีกต่างหาก ข่าวเรื่องนี้ดังมากจนแม้แต่คนที่ไม่สนใจเรื่องชาวบ้านอย่างภัทรยังได้ยินเลย
ป่านนี้ยังไม่กลับกันอีก จริงด้วย...ตะวันคงจะอยู่ให้อาหารหมาสินะ
หลายครั้งที่ภัทรอยู่ซ้อมดนตรีจนเย็น เธอจะได้เห็นภาพตะวันให้อาหารสุนัขในโรงเรียนเป็นประจำจนถือว่าเป็นเรื่องปกติ ใครๆ ในโรงเรียนต่างก็รู้เรื่องนี้กันดีแทบทั้งนั้น
ทำไมถึงมาอยู่กับหมอนี่ได้นะ แต่...เอ...ดูเหมือนว่าสองคนนั่นกำลังหาอะไรสักอย่างกันอยู่
เมื่อลองฟังดีๆ ภัทรก็ได้รู้ว่าตะวันกำลังร้องเรียกชื่อเจ้าชีโร่อยู่
อ๋อ...กำลังตามหาเจ้าชีโร่อยู่นั่นเอง
สักพักชายหนุ่มก็เข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับหญิงสาว เขาชี้ไปทางด้านหลังตึกที่ภัทรอยู่ และหญิงสาวก็พยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเดินไปทางด้านหลังตึก ลับสายตาของภัทรไป
แล้วภัทรก็เห็นสีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขายิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเดินตามหญิงสาวหายลับไปเช่นกัน
ท่าทางไม่น่าไว้ใจเพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ภัทรรีบวิ่งลงไปด้านล่างทันที แม้ว่าเธอจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องวิ่งและรู้สึกร้อนใจด้วย ตามปกติแล้วถ้าเจอสถานการณ์น่าสงสัยใดๆ ก็ตาม อย่างมากภัทรก็คงจะแค่ลองเดินไปดู และเรียกให้คนอื่นจัดการเสียมากกว่า เธอไม่ชอบเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องต่างๆ เกินความจำเป็น
ด้วยความสูงของตึกห้าชั้นที่ไม่มีลิฟต์หลังนี้ ทำให้ภัทรต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะลงไปถึงด้านล่าง เธอรีบตามไปด้านหลังตึกและพบกับภาพเลวร้ายอย่างที่เธอนึกเกรงไว้
ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มคนนั้นสูงกว่าเธอเกือบสิบเซนติเมตรได้ และรูปร่างก็กำยำแข็งแรงกว่าเธอมากนัก แต่สิ่งเดียวที่ภัทรคิดได้ในตอนนั้นก็คือ เธอต้องไม่ให้มือสกปรกนั่นแตะต้องเทพธิดาที่สวยงามแสนบริสุทธิ์คนนั้น
ภัทรกระชากคอเสื้อของพี่แม็กจากด้านหลังอย่างแรง ชายหนุ่มหงายมาด้านหลังตามแรงดึงนั้นและเซไปข้างๆ เล็กน้อย และโดยไม่รอให้ตั้งตัว ภัทรก็เงื้อมือที่กำไว้แน่นขึ้นและใช้แรงทั้งหมดที่เธอมีส่งไปข้างหน้า ตรงเข้าใบหน้าของชายหนุ่มอย่างจัง
ถึงจะไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อนเลยในชีวิต แต่ภัทรก็สามารถทำให้ร่างของชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้นได้ เขาพยายามจะพลิกตัวแต่ก็ทรุดลงไปอีก ดูอ่อนแอกว่าที่คิดนัก ภัทรใช้จังหวะนั้นดึงหญิงสาวที่กำลังตกใจกลัวขึ้นมาและรีบดึงเธอออกจากที่ตรงนั้น ภัทรไม่คิดว่าการรอให้ชายหนุ่มฟื้นตัวได้สติว่าใครทำกับเขาแบบนั้นเป็นเรื่องที่ดีนักหรอก
หญิงสาวเดินตามแรงลากของภัทรมาอย่างยากลำบาก แล้วจึงมาทรุดตัวลงอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำของเจ้าชีโร่นั่นเอง
ภัทรไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีจึงนั่งลงข้างหญิงสาว เธอคิดจะหาคำพูดมาปลุกปลอบใจในสถานการณ์เช่นนี้ แต่คำพูดที่เธอเปล่งออกมากลับกลายเป็นน้ำเสียงหงุดหงิดไปเสียได้
ตามมันไปในที่แบบนั้นได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่ามันอันตราย
แล้วภัทรก็ต้องตกใจที่สาวสวยเริ่มร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้ ภัทรเงอะงะอยู่ชั่วครู่ ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ควรจะพูดอะไรสักหน่อย แค่แตะไหล่เบาๆ หรือลูบหัวให้สบายใจขึ้นแบบที่คนอื่นเขาทำกันจะดีไหมนะ
ในที่สุดเธอตัดสินใจเอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวเอาไว้และบีบเล็กน้อยเป็นการปลอบใจ แต่นั่นกลับทำให้หญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักขึ้นและซบใบหน้าลงกับบ่าของภัทร ตัวสั่นเทิ้มไปหมด
ไม่ชอบเลย...เธอไม่ชอบเห็นคนๆ นี้ร้องไห้เลย...
นางฟ้าคนที่เคยหัวเราะอย่างร่าเริงสดใส สาวน้อยที่มีรอยยิ้มบริสุทธิ์ให้กับทุกคนเสมอมา บัดนี้กลับร้องห่มร้องไห้อย่างเศร้าโศกเสียใจ ตัวสั่นด้วยความตกใจกลัว พลอยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูหม่นหมองลงไปอย่างถนัดใจ
ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ เอ่อท้นขึ้นมาข้างในตัวของภัทร พร้อมกับที่เสียงสะอื้นค่อยๆ จางลงไป ภัทรถอนมือที่เกาะกุมมือที่อ่อนนุ่มราวกับเด็กทารกไว้นั้นออก เธอเอนตัวไปด้านหลัง กอดอกไว้หลวมๆ แต่สองมือยังคงกำแน่นอยู่
ภัทรเหม่อมองไปเบื้องหน้า ความรู้สึกเต้นตุบๆ ในช่องท้องเริ่มหมุนเป็นวงอย่างรวดเร็ว และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดในสิ่งที่เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจึงพูดออกไปเช่นนั้น เธอรู้แต่ว่าอะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวร่ำร้องให้เธอเอ่ยออกมา
นับจากพรุ่งนี้ไปเราจะนั่งรออยู่ที่นี่หลังเลิกเรียน ก่อนจะไปหาหมาพวกนั้นให้มาหาเราที่นี่ก่อน แล้วเราจะไปเป็นเพื่อนด้วย
สาวสวยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำด้วยความแปลกใจ
เราจะอยู่เป็นเพื่อนทุกเย็นเอง หลังเลิกเรียนเราจะรออยู่ที่นี่ ภัทรย้ำคำพูดให้เธอฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ
อย่าเลย ไม่เป็นไรหรอก ตะวันไม่เป็นไรแล้ว
เราจะรอ ถ้าไม่อยากให้เรานั่งตบยุงรอจนเย็นจนค่ำก็มาที่นี่หลังเลิกเรียนซะ
แต่ว่า... หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
เราจะไม่อยู่รอถ้าเธอไม่ต้องการจริงๆ พูดจบภัทรก็ลุกขึ้นยืน ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่ภัทรกลับรู้สึกผิดหวังในใจลึกๆ หากหญิงสาวปฏิเสธน้ำใจของเธอล่ะ
ตะวันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ตะวันเกรงใจ...
ภัทรหันหน้ากลับมาสบตากับหญิงสาวตรงๆ เป็นครั้งแรก แล้วเอ่ยคำพูดที่ตรงจากข้างในหัวใจออกมาโดยแทบไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองใดๆ จากสมอง รู้แต่เพียงว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นช่างแรงกล้าจนเธอไม่สนใจเรื่องใดๆ อีก
ถ้าเธอต้องการ เราจะมาอยู่ข้างๆ เสมอ
และด้วยความประหลาดใจ สาวสวยผมสีน้ำตาลเข้มกลับมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ และถามคำถามที่ภัทรไม่คาดคิดมาก่อน
สัญญานะ?
ภัทรจ้องมองตอบกลับไป และเอ่ยอย่างหนักแน่น เธอได้ตัดสินใจแล้ว
อืม...สัญญา
สาวสวยส่งยิ้มกว้างให้กับภัทร และในที่สุดภัทรก็เข้าใจ
เธออยากปกป้องคนๆ นี้ อยากปกป้องรอยยิ้มที่บริสุทธิ์นี้ ไม่ว่าจอย่างไรงเธอก็จะปกป้องมันเอาไว้ให้ได้....ตลอดไป...
*
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ภัทรหลุดจากภวังค์แห่งความทรงจำออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย แล้วเสียงน่ารักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังมาตามสายให้ได้ยิน
เป็นไงบ้างคะพี่ภัทร วันนี้เหนื่อยมั้ย?
ก็...ธรรมดาน่ะ แค่ซ้อมร้องเพลงตามปกติ ภัทรตอบคนที่ปลายสายนั้น
เหรอคะ? นี่ๆ พี่ภัทร วันนี้นะแก้วน่ะ... เสียงใสๆ พูดเล่าเรื่องของเธอต่อไปเรื่อยๆ ภัทรก็เพียงแต่ส่งเสียงอือตอบกลับไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ตามปกติแล้วภัทรจะสนใจฟังอยู่เสมอไม่ว่าเรื่องที่แก้วเล่าจะสั้นหรือยาวเพียงใด แต่วันนี้เธอรู้ตัวดีว่าเรื่องราวที่ผ่านเข้าหูมานั้น ไม่ได้เข้าสู่สมองของเธอสักเท่าไรเลย
หญิงสาวปลายสายคนนี้คือ แก้ว เธอเป็นรุ่นน้องภัทรปีหนึ่ง แม้ว่าหน้าตาจะไม่ได้น่ารักโดดเด่นอะไร มากมาย แต่ก็มีรอยยิ้มที่สดใสบริสุทธิ์และดูไร้เดียงสา ภัทรเห็นเธอครั้งแรกในกิจกรรมรับน้องของคณะที่พากันไปจัดยังชายทะเลของจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออก แม้ว่าภัทรไม่ได้เต็มใจจะไปสักเท่าไร แต่ในที่สุดก็ถูกพวกรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนร่วมวงขอร้องแกมบังคับให้เธอไปเพื่อสร้างสีสันให้กับกิจกรรมตอนกลางคืน
ก็ไม่ใช่ว่าภัทรจะเกลียดการเที่ยวต่างจังหวัดหรืออะไร แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นทะเลอันกว้างใหญ่ เธอมักจะหวนนึกถึงความทรงจำบางอย่างที่เธอพยายามจะลืมมันทุกที
เหตุที่ทำให้ภัทรได้รู้จักกับน้องแก้วก็เป็นเพราะกิจกรรมรับน้องที่มักจะให้รุ่นน้องเล่นเกมสนุกๆ กันนั่นเอง แต่ครั้งนี้กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้น ในตอนที่มีกิจกรรมที่น้องๆ ต้องวิ่งลงไปในทะเลเพื่อแข่งขันกันนั้น น้องแก้วที่วิ่งรั้งท้ายอยู่เกิดเป็นลมล้มลงตอนที่ลงไปในน้ำพอดี ทั้งๆ ที่น้ำไม่ได้ลึกอะไรเลย แต่ในเมื่อเธอหมดสติก็ทำให้ร่างของเธอจมลงไปในน้ำที่สูงแค่เอวนั้นทันทีโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
มีแต่ภัทรที่บังเอิญเห็นเข้าพอดีเท่านั้นจึงกระโจนลงไปดึงน้องแก้วขึ้นจากน้ำ และเมื่อแต่ละคนต่างก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก ภัทรจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นซึ่งรวมถึงการผายปอดให้กับแก้วด้วย จนกระทั่งเธอฟื้นคืนสติขึ้นมา ทุกคนก็ได้ทราบที่มาที่ไปว่าจริงๆ แล้วน้องแก้วเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอมาก เป็นโรคโลหิตจางแบบไม่รุนแรงนักแต่ก็ทำให้เป็นลมได้ง่ายๆ ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเนื่องจากเธออยากมาร่วมกิจกรรมรับน้องมากจึงไม่ยอมบอกใครถึงเรื่องสุขภาพของเธอ รวมทั้งยังโกหกทางบ้านด้วยว่าไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อทำรายงาน
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ดูเหมือนว่า น้องแก้วจะประทับใจในตัวภัทรที่เป็นคนช่วยชีวิตเธอเป็นอย่างมากและคอยมาพูดคุยวนเวียนอยู่กับเธอเป็นประจำ ด้วยความที่ร่างกายอ่อนแอก็มักเกิดเรื่องให้ภัทรต้องช่วยดูแลอยู่เสมอ เวลาผ่านไปจนกระทั่งทั้งสองคนแปรเปลี่ยนสถานะจากรุ่นพี่รุ่นน้องกลายมาเป็นเช่นคนรักตั้งแต่เมื่อไรภัทรเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำไป
แต่ภัทรเองนั้นก็ไม่ได้ทัดทานหรือต่อต้านอะไร ด้วยเหตุที่เธอก็รู้สึกสบายใจดีที่ได้อยู่กับน้องแก้ว เพราะน้องแก้วดูจะเข้าใจในตัวภัทรดีแม้ว่าภัทรจะไม่ได้พูดอะไรมาก แก้วไม่เคยเอาแต่ใจตัวเองหรือเรียกร้องอะไรจากภัทรเลยซึ่งทำให้ภัทรไม่อึดอัดเวลาอยู่กับเธอ และคนที่ภัทรอยู่ด้วยได้โดยไม่อึดอัดนั้นก็มีไม่มากเท่าไรเสียด้วย เธอจึงปล่อยเลยตามเลยมาจนถึงทุกวันนี้
อีกเหตุผลหนึ่งที่ภัทรเลือกคบกับน้องแก้ว อาจจะเป็นเพราะภัทรอยากจะลืมใครอีกคนหนึ่งที่อยู่ในหัวใจมานาน และก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี ตลอดระยะเวลาสามสี่ปีที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับน้องแก้วมา ภัทรเคยคิดว่าลืมเรื่องเก่าๆ ไปได้แล้ว
มาวันนี้เองที่ภัทรเพิ่งจะรู้ตัวว่าคิดผิดไปถนัดใจ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมา ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดรื้อฟื้นอะไรอีก ที่ผ่านมาก็คงเป็นแค่ความคิดความรู้สึกแบบเด็กๆ เมื่อโตแล้วทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไป ความรับผิดชอบย่อมมากขึ้นไปตามวันและเวลา ทุกอย่างยังต้องดำเนินต่อไปในแนวทางของมัน แต่ละคนก็ย่อมมีทางเดินชีวิตเป็นของตัวเองเหมือนเมื่อห้าปีก่อน...
#1 By @bink@ on 2007-07-28 22:38