My-Novel

อ้าว!! เจ้าของบล็อกยังไม่ตายเหรอเนี่ย!!

 นั่นสิ ขนาดตัวเองยังคิดว่าบล็อกเน่าไปแล้วนะเนี่ย -*-

เข้าเรื่องๆ พอดีไปเห็นประกวดเรื่องสั้นในเว็บบอร์ดของโรงเรียนลิลี่มา ก็เลยเกิดไฟ(อันริบหรี่..) แต่งตอนพิเศษขึ้นมา อ่านกันเตือนความจำสักเล็กน้อย จะได้ไม่ลืมภัทรกับตะวันนะคะ ^ ^

 ปล. นิยายที่เขียนค้างไว้...กำหนดออกตอนหน้า...ไม่เกินภายในช่วงชีวิตนี้ค่ะ 55 ขออภัยอย่างสูงที่ต้องรอกันต่อไปก่อนนะคะ T T

**************************************************************************

“อันนี้เอาไว้ตรงไหนดี” เสียงหวานใสเอ่ยถามคนที่นั่งยองๆ รื้อของในกล่องอีกใบอยู่ข้างๆ

“อะไรน่ะ..เรามีของแบบนั้นด้วยเหรอ?” สาวผมดำร่างสูง ผู้ซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เสมอ พูดพร้อมเลิกคิ้วสูงอย่างงุนงงเล็กน้อย

พิธุภัทร นักร้องขวัญใจวัยรุ่นผู้นี้ กำลังจัดข้าวจัดของที่เพิ่งขนเข้ามาในบ้านหลังใหม่ที่เธอตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ร่วมกับคนรักของเธอ ซึ่งเป็นสัตวแพทย์สาวสวย จิตใจดีราวกับนางฟ้า ผู้มีผมหยักศกสีน้ำตาลยาวสยายถึงกลางหลัง นามว่า ตะวัน

ไม่ขอเล่าว่าก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันนี้ ทั้งคู่ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เอาเป็นว่าหากใครอยากรู้ คงต้องเดินไปหาเรื่องราวของทั้งสองคนนี้ตามแผงหนังสือกันเอาเอง

“เพราะยัดของใส่มามั่วๆ น่ะสิ ของเก่าเก็บจนจำไม่ได้ว่ามีก็ยังขนมาอีก” ตะวันพูดพลางหัวเราะขำนิดๆ ดูน่ารัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็บรรจงหยิบเจ้าสิ่งที่ดูเหมือนงานศิลปะทำจากดินเผาระบายสีประหลาดๆ ที่ดูแล้วไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรนั้น ก่อนลุกขึ้นยืนเพื่อเดินลงเอาของชิ้นนั้นไปวางไว้ในตู้โชว์กระจกทรงสูงที่อยู่ในห้องรับแขก

ภัทรมองตามคนรักของตนเดินออกจากห้องนอนไปด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะหันมารื้อของในกล่องตรงหน้าตัวเองต่อไป

“อ๊ะ...นี่มัน...” เสียงของภัทรขาดหายไปในตอนท้าย เธอยกโหลแก้วใส่ลูกอมสีสันสดใสขึ้นมาจ้องมองดู ก่อนจะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมานานแสนนาน

-------------------------------------------------------------------------------------

“เอ๊ะ...ใครเอาไอ้นี่มาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของภัทรเนี่ย?” สาวร่างสูงในวัย 16 ปี ผู้ซึ่งมีแววตาเย็นชาอยู่เสมอเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ

ตอนนี้เธออยู่ในห้องของชมรมดนตรีในตอนเย็น เธอกำลังจะเริ่มซ้อมเหมือนทุกที แต่เมื่อเปิดตู้ล็อกเกอร์ของเธอในห้องชมรมก็กลับพบลูกอมสีแดงสดหนึ่งอัน วางไว้อย่างโดดเดี่ยวแต่เด่นกว่าของอื่นๆ ในล็อกเกอร์จนเธอต้องเผลออุทานออกมาและหยิบมันขึ้นมาดู

เพื่อนๆ และพี่ๆ ในชมรมเมื่อได้ยินเสียงของภัทรก็รีบเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นหนึ่งในนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“มีคนแอบชอบส่งลูกอมมาให้ล่ะมั้ง”

ช่างเป็นความกล้าหาญจริงๆ ที่เอ่ยออกมาเช่นนั้น เพราะทันทีที่พูดจบ ภัทรก็หันขวับไปหาคนพูดพร้อมด้วยสายตาที่ฆ่าคนตายได้ทีเดียว จนผู้พูดถึงกับต้องถอยหลังไปสองสามก้าว ส่วนคนที่เหลือก็พากันรีบถอยตามออกไปประจำยังตำแหน่งก่อนหน้าของตนในทันที

ภัทรหันกลับมาดูของในมือของตนเอง จากนั้นพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ แผ่นหนึ่งที่คงจะวางเอาไว้ใต้ลูกอมอันนั้น เขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักๆ ว่า

‘ถ้าความหวานช่วยให้น้ำแข็งที่เยือกเย็นละลายได้จะเป็นยังไงกันนะ?’

ภัทรอ่านทวนข้อความนั้นสองสามรอบ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายนั้นว่าผู้เขียนต้องการอะไร ที่พอจะคิดได้ก็คือใครบางคนคงพยายามเล่นตลกกับเธออยู่กระมัง

ภัทรไม่ได้กินลูกอมเม็ดนั้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมันไป เธอเก็บมันใส่กระเป๋า และเพียงแต่โยนมันส่งๆ ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้านของเธอเอง

ทว่า...ลูกอมหลากสีสันและรสชาดก็ปรากฏในล็อกเกอร์ทุกวัน

กว่าจะรู้ตัวอีกที ลิ้นชักโต๊ะของเธอก็เต็มไปด้วยลูกอมสีสันสดใส จนพาลกลัวว่ามดอาจจะขึ้นเอา จนในวันหนึ่งเธอก็ซื้อขวดโหลดแก้วขนาดน่ารักขวดหนึ่งมา และจับพวกมันใส่ลงไป ก่อนจะวางเอาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือนั่นเอง

ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ทิ้งมันไป เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

เวลาผ่านไปเกือบเดือน ลูกอมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเต็มโหลแก้วนั้นแล้ว แต่จู่ๆ วันหนึ่งลูกอมก็ไม่มาปรากฏในล็อกเกอร์ของเธออีก…

-------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมานั่งย้อนคิดดูแล้ว ภัทรก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าลูกอมที่มีคนแอบเอามาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของเธอทุกวันนั้นหยุดลงเมื่อไร

“นั่นอะไรน่ะ? ของแฟนเก่าให้มาเหรอ?” ตะวันถามพลางกลับมานั่งลงข้างๆ

“บ้า...ใช่ที่ไหนเล่า” ภัทรพูดอย่างหน่ายๆ แต่แววตากลับแฝงความอบอุ่นเมื่อมองที่คนรักของตน

“อ้าวเหรอ...แหม...นึกว่าเห็นของขวัญจากแฟนเก่าแล้วจะรู้สึกถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาซะอีก” ตะวันพูดหยอกๆ พลางส่งยิ้มหวานมาให้อย่างเคย

“สมัยเรียนน่ะ...” ภัทรเริ่มเล่า “มีใครไม่รู้เอาลูกอมมาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของเราทุกวัน เราไม่ได้กินหรอก แต่เอามาใส่โหลไว้ทำไมเราก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็เกือบเต็มโหล และลูกอมปริศนาก็หยุดไปซะดื้อๆ อย่างนั้นแหละ”

ตะวันสะดุดกับคำพูดของภัทรและนึกบางอย่างขึ้นมาได้...

-------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันหนึ่งในเทอมที่สองที่เข้าเรียนมัธยมปลาย หลังงานกีฬาสีไม่กี่วัน ในขณะที่ผู้คนในโรงเรียนยังมากันไม่มากนัก ตะวันซึ่งมักจะมาถึงแต่เช้าตรู่เสมอ เดินตามอาจารย์สอนวิชาดนตรีไทยขึ้นไปยังตึกกิจกรรม เธอช่วยอาจารย์ถือของที่หิ้วพะรุงพะรังลงมาจากรถไปส่งที่ห้องพักอาจารย์บนตึกกิจกรรม

ขากลับเธอเดินผ่านห้องซ้อมดนตรีสากล...ห้องที่ผู้หญิงที่แสนเย็นชาคนนั้นมาซ้อมดนตรีสินะ

จริงๆ แล้วเป็นคนมีสเน่ห์ซะขนาดนั้น ถ้าทำตัวให้หวานขึ้นสักหน่อยน่าจะดีกว่านี้เยอะ...

จู่ๆ ความคิดประหลาดที่ออกจะบ้าบิ่นเล็กน้อยสำหรับคนอย่างเธอก็ผุดขึ้นในสมอง

ตะวันเปิดกระเป๋านักเรียนและหยิบลูกอมสีแดงสดใสเม็ดหนึ่งที่กินเหลือจากเมื่อวานขึ้นมา ก่อนจะฉีกกระดาษโน้ตเล็กๆ ออกมาเขียนอะไรบางอย่างลงไป

โชคดีที่ห้องซ้อมดนตรีนี้จะถูกเปิดล็อกในตอนเช้าตรู่โดยภารโรงทุกวัน และล็อกเกอร์ในห้องนั้นก็ไม่เคยล็อก แถมยังมีชื่อเจ้าของแปะเอาไว้หน้าล็อกเกอร์เรียบร้อยอีกต่างหาก...

-------------------------------------------------------------------------------------

“เป็นอะไรน่ะ?” ภัทรเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าจู่ๆ คนรักก็เหมือนเหม่อลอยขึ้นมา

“หา? ปะ...เปล่าหรอก” ตะวันละล่ำละลักตอบเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มได้ทันควัน “ว่าแต่...ทำไมภัทรถึงไม่ทิ้งลูกอมปริศนาพวกนี้ไปซะล่ะ?”

“เอ...ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ภัทรตอบ “สงสัยคงเพราะเห็นว่าคนให้มีความพยายามล่ะมั้ง ก็เลยเสียดายถ้าจะทิ้ง” ภัทรตอบง่ายๆ พลางยักไหล่

“หรือว่าตอนนั้นจริงๆ แล้วภัทรจะแอบหลังรักคนให้แล้วล่ะสิ” ตะวันพูดเย้าทีเล่นทีจริง ซึ่งแน่นอนว่าทีจริงน่ะเป็นส่วนที่เธออยากรู้ แต่สำหรับภัทรน่ะคิดว่าเธอแค่ทำทีเล่นไปอย่างนั้น

“คนให้เป็นใครยังไม่รู้เลยนะน่ะ แถมจำไม่ได้ด้วยว่าหยุดไปเมื่อไหร่” ภัทรบอก “แต่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำดีๆ อย่างหนึ่งในชีวิตนะ เพราะฉะนั้นก็เก็บเอาไว้ละกัน” พูดจบภัทรก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจะเอาขวดโหลนั้นไปวางไว้ในตู้กระจกชั้นล่าง

ตะวันลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังคนรักของตนไปอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขที่มุมปาก

เธอเป็นคนเดียวที่รู้คำตอบว่าลูกอมปริศนานั้นหยุดลงเมื่อไร...

ก็ในวันถัดมาหลังจากที่ภัทรได้ช่วยเธอเอาไว้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนผูกพันกันมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง...

edit @ 21 Jan 2009 01:50:58 by Blue Arrow

ก็จัดเหมือนเคยทุกปี แต่ว่า...มาบอกช้าไปสินะ มันเริ่มไปแล้วนี่นา 555

แต่ว่าเรายังไม่ได้ไปเลย และคงจะไปในวันเสาร์นี้ (5 เม.ย.) ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนเย็นๆ จะไปเดินซื้อหนังสือแล้วก็แวะไปที่บูธสำนักพิมพ์ด้วย

ใครยังไมได้ซื้อ "Sunshines behind the Moon" ก็ไปหาซื้อกันได้นะจ๊ะ ที่บูธสำนักพิมพ์ทูบีเลิฟและก็อดกีฟวิ่ง บูธ G06 ห้องเพลนนารี่ฮอลล์จ้า ถ้าไปวันเสาร์ช่วงบ่ายๆ ก็น่าจะได้เจอกันนะ

 

ปล. รู้สึกว่าหนังสือเรามันจะลดราคาเหลือเล่มละ 100 เดียวด้วย กร๊ากกกกก เพราะงั้นใครยังไม่ได้ซื้อก็ไปซื้อกันได้ ก่อนที่ราคาจะลดลงไปมากกว่านี้ 555

Sunshines behind the Moon

posted on 18 Oct 2007 04:09 by bluearrow  in My-Novel

ถ้าใครได้อ่านเรื่อง Sunshines behind the Moon (หรือชื่อเดิมคือ The Story of Sun and Moon) แล้ว คงจำได้ว่ามีเพลงที่ภัทรแต่งให้กับตะวัน ซึ่งที่เห็นในหนังสือนั่นไม่ใช่แค่ตัวหนังสือที่แต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพลงจริงๆ ค่ะ ใครอยากได้อรรถรสในการอ่านก็ฟังเพลงนี้ไปด้วยก็แล้วกันนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนิยายดองๆ ของเรา(ฮา...) และช่วยสนับสนุนผลงานนะคะ ส่วนใครยังไม่มีไว้ในครอบครอง อย่าลืมไปหากันได้ที่งานหนังสือนะคะ มีถึงวันที่ 28 ต.ค. นี้ค่ะ ห้องเพลนนารี่ฮอลล์ บูธ H15 นะคะ ^_^

ปล. งงๆ กับ exteen โฉมใหม่ยังไงไม่ทราบ ถ้าสมมติใครฟังเพลงข้างบนไม่ได้ ลองเข้าไปที่นี่แทนนะคะ http://bluearrow.exteen.com/20060227/sun-and-moon

edit @ 18 Oct 2007 04:45:29 by Blue Arrow