ตอนพิเศษ Sunshines behind the Moon - "ลูกอม"
posted on 21 Jan 2009 01:45 by bluearrow in My-Novelอ้าว!! เจ้าของบล็อกยังไม่ตายเหรอเนี่ย!!
นั่นสิ ขนาดตัวเองยังคิดว่าบล็อกเน่าไปแล้วนะเนี่ย -*-
เข้าเรื่องๆ พอดีไปเห็นประกวดเรื่องสั้นในเว็บบอร์ดของโรงเรียนลิลี่มา ก็เลยเกิดไฟ(อันริบหรี่..) แต่งตอนพิเศษขึ้นมา อ่านกันเตือนความจำสักเล็กน้อย จะได้ไม่ลืมภัทรกับตะวันนะคะ ^ ^
ปล. นิยายที่เขียนค้างไว้...กำหนดออกตอนหน้า...ไม่เกินภายในช่วงชีวิตนี้ค่ะ 55 ขออภัยอย่างสูงที่ต้องรอกันต่อไปก่อนนะคะ T T
**************************************************************************
“อันนี้เอาไว้ตรงไหนดี” เสียงหวานใสเอ่ยถามคนที่นั่งยองๆ รื้อของในกล่องอีกใบอยู่ข้างๆ
“อะไรน่ะ..เรามีของแบบนั้นด้วยเหรอ?” สาวผมดำร่างสูง ผู้ซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เสมอ พูดพร้อมเลิกคิ้วสูงอย่างงุนงงเล็กน้อย
พิธุภัทร นักร้องขวัญใจวัยรุ่นผู้นี้ กำลังจัดข้าวจัดของที่เพิ่งขนเข้ามาในบ้านหลังใหม่ที่เธอตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ร่วมกับคนรักของเธอ ซึ่งเป็นสัตวแพทย์สาวสวย จิตใจดีราวกับนางฟ้า ผู้มีผมหยักศกสีน้ำตาลยาวสยายถึงกลางหลัง นามว่า ตะวัน
ไม่ขอเล่าว่าก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันนี้ ทั้งคู่ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เอาเป็นว่าหากใครอยากรู้ คงต้องเดินไปหาเรื่องราวของทั้งสองคนนี้ตามแผงหนังสือกันเอาเอง
“เพราะยัดของใส่มามั่วๆ น่ะสิ ของเก่าเก็บจนจำไม่ได้ว่ามีก็ยังขนมาอีก” ตะวันพูดพลางหัวเราะขำนิดๆ ดูน่ารัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็บรรจงหยิบเจ้าสิ่งที่ดูเหมือนงานศิลปะทำจากดินเผาระบายสีประหลาดๆ ที่ดูแล้วไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรนั้น ก่อนลุกขึ้นยืนเพื่อเดินลงเอาของชิ้นนั้นไปวางไว้ในตู้โชว์กระจกทรงสูงที่อยู่ในห้องรับแขก
ภัทรมองตามคนรักของตนเดินออกจากห้องนอนไปด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะหันมารื้อของในกล่องตรงหน้าตัวเองต่อไป
“อ๊ะ...นี่มัน...” เสียงของภัทรขาดหายไปในตอนท้าย เธอยกโหลแก้วใส่ลูกอมสีสันสดใสขึ้นมาจ้องมองดู ก่อนจะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมานานแสนนาน
-------------------------------------------------------------------------------------
“เอ๊ะ...ใครเอาไอ้นี่มาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของภัทรเนี่ย?” สาวร่างสูงในวัย 16 ปี ผู้ซึ่งมีแววตาเย็นชาอยู่เสมอเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
ตอนนี้เธออยู่ในห้องของชมรมดนตรีในตอนเย็น เธอกำลังจะเริ่มซ้อมเหมือนทุกที แต่เมื่อเปิดตู้ล็อกเกอร์ของเธอในห้องชมรมก็กลับพบลูกอมสีแดงสดหนึ่งอัน วางไว้อย่างโดดเดี่ยวแต่เด่นกว่าของอื่นๆ ในล็อกเกอร์จนเธอต้องเผลออุทานออกมาและหยิบมันขึ้นมาดู
เพื่อนๆ และพี่ๆ ในชมรมเมื่อได้ยินเสียงของภัทรก็รีบเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นหนึ่งในนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“มีคนแอบชอบส่งลูกอมมาให้ล่ะมั้ง”
ช่างเป็นความกล้าหาญจริงๆ ที่เอ่ยออกมาเช่นนั้น เพราะทันทีที่พูดจบ ภัทรก็หันขวับไปหาคนพูดพร้อมด้วยสายตาที่ฆ่าคนตายได้ทีเดียว จนผู้พูดถึงกับต้องถอยหลังไปสองสามก้าว ส่วนคนที่เหลือก็พากันรีบถอยตามออกไปประจำยังตำแหน่งก่อนหน้าของตนในทันที
ภัทรหันกลับมาดูของในมือของตนเอง จากนั้นพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ แผ่นหนึ่งที่คงจะวางเอาไว้ใต้ลูกอมอันนั้น เขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักๆ ว่า
‘ถ้าความหวานช่วยให้น้ำแข็งที่เยือกเย็นละลายได้จะเป็นยังไงกันนะ?’
ภัทรอ่านทวนข้อความนั้นสองสามรอบ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายนั้นว่าผู้เขียนต้องการอะไร ที่พอจะคิดได้ก็คือใครบางคนคงพยายามเล่นตลกกับเธออยู่กระมัง
ภัทรไม่ได้กินลูกอมเม็ดนั้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมันไป เธอเก็บมันใส่กระเป๋า และเพียงแต่โยนมันส่งๆ ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้านของเธอเอง
ทว่า...ลูกอมหลากสีสันและรสชาดก็ปรากฏในล็อกเกอร์ทุกวัน
กว่าจะรู้ตัวอีกที ลิ้นชักโต๊ะของเธอก็เต็มไปด้วยลูกอมสีสันสดใส จนพาลกลัวว่ามดอาจจะขึ้นเอา จนในวันหนึ่งเธอก็ซื้อขวดโหลดแก้วขนาดน่ารักขวดหนึ่งมา และจับพวกมันใส่ลงไป ก่อนจะวางเอาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือนั่นเอง
ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ทิ้งมันไป เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เวลาผ่านไปเกือบเดือน ลูกอมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเต็มโหลแก้วนั้นแล้ว แต่จู่ๆ วันหนึ่งลูกอมก็ไม่มาปรากฏในล็อกเกอร์ของเธออีก…
-------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อมานั่งย้อนคิดดูแล้ว ภัทรก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าลูกอมที่มีคนแอบเอามาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของเธอทุกวันนั้นหยุดลงเมื่อไร
“นั่นอะไรน่ะ? ของแฟนเก่าให้มาเหรอ?” ตะวันถามพลางกลับมานั่งลงข้างๆ
“บ้า...ใช่ที่ไหนเล่า” ภัทรพูดอย่างหน่ายๆ แต่แววตากลับแฝงความอบอุ่นเมื่อมองที่คนรักของตน
“อ้าวเหรอ...แหม...นึกว่าเห็นของขวัญจากแฟนเก่าแล้วจะรู้สึกถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาซะอีก” ตะวันพูดหยอกๆ พลางส่งยิ้มหวานมาให้อย่างเคย
“สมัยเรียนน่ะ...” ภัทรเริ่มเล่า “มีใครไม่รู้เอาลูกอมมาใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของเราทุกวัน เราไม่ได้กินหรอก แต่เอามาใส่โหลไว้ทำไมเราก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็เกือบเต็มโหล และลูกอมปริศนาก็หยุดไปซะดื้อๆ อย่างนั้นแหละ”
ตะวันสะดุดกับคำพูดของภัทรและนึกบางอย่างขึ้นมาได้...
-------------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันหนึ่งในเทอมที่สองที่เข้าเรียนมัธยมปลาย หลังงานกีฬาสีไม่กี่วัน ในขณะที่ผู้คนในโรงเรียนยังมากันไม่มากนัก ตะวันซึ่งมักจะมาถึงแต่เช้าตรู่เสมอ เดินตามอาจารย์สอนวิชาดนตรีไทยขึ้นไปยังตึกกิจกรรม เธอช่วยอาจารย์ถือของที่หิ้วพะรุงพะรังลงมาจากรถไปส่งที่ห้องพักอาจารย์บนตึกกิจกรรม
ขากลับเธอเดินผ่านห้องซ้อมดนตรีสากล...ห้องที่ผู้หญิงที่แสนเย็นชาคนนั้นมาซ้อมดนตรีสินะ
จริงๆ แล้วเป็นคนมีสเน่ห์ซะขนาดนั้น ถ้าทำตัวให้หวานขึ้นสักหน่อยน่าจะดีกว่านี้เยอะ...
จู่ๆ ความคิดประหลาดที่ออกจะบ้าบิ่นเล็กน้อยสำหรับคนอย่างเธอก็ผุดขึ้นในสมอง
ตะวันเปิดกระเป๋านักเรียนและหยิบลูกอมสีแดงสดใสเม็ดหนึ่งที่กินเหลือจากเมื่อวานขึ้นมา ก่อนจะฉีกกระดาษโน้ตเล็กๆ ออกมาเขียนอะไรบางอย่างลงไป
โชคดีที่ห้องซ้อมดนตรีนี้จะถูกเปิดล็อกในตอนเช้าตรู่โดยภารโรงทุกวัน และล็อกเกอร์ในห้องนั้นก็ไม่เคยล็อก แถมยังมีชื่อเจ้าของแปะเอาไว้หน้าล็อกเกอร์เรียบร้อยอีกต่างหาก...
-------------------------------------------------------------------------------------
“เป็นอะไรน่ะ?” ภัทรเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าจู่ๆ คนรักก็เหมือนเหม่อลอยขึ้นมา
“หา? ปะ...เปล่าหรอก” ตะวันละล่ำละลักตอบเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มได้ทันควัน “ว่าแต่...ทำไมภัทรถึงไม่ทิ้งลูกอมปริศนาพวกนี้ไปซะล่ะ?”
“เอ...ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ภัทรตอบ “สงสัยคงเพราะเห็นว่าคนให้มีความพยายามล่ะมั้ง ก็เลยเสียดายถ้าจะทิ้ง” ภัทรตอบง่ายๆ พลางยักไหล่
“หรือว่าตอนนั้นจริงๆ แล้วภัทรจะแอบหลังรักคนให้แล้วล่ะสิ” ตะวันพูดเย้าทีเล่นทีจริง ซึ่งแน่นอนว่าทีจริงน่ะเป็นส่วนที่เธออยากรู้ แต่สำหรับภัทรน่ะคิดว่าเธอแค่ทำทีเล่นไปอย่างนั้น
“คนให้เป็นใครยังไม่รู้เลยนะน่ะ แถมจำไม่ได้ด้วยว่าหยุดไปเมื่อไหร่” ภัทรบอก “แต่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำดีๆ อย่างหนึ่งในชีวิตนะ เพราะฉะนั้นก็เก็บเอาไว้ละกัน” พูดจบภัทรก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจะเอาขวดโหลนั้นไปวางไว้ในตู้กระจกชั้นล่าง
ตะวันลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังคนรักของตนไปอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขที่มุมปาก
เธอเป็นคนเดียวที่รู้คำตอบว่าลูกอมปริศนานั้นหยุดลงเมื่อไร...
ก็ในวันถัดมาหลังจากที่ภัทรได้ช่วยเธอเอาไว้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนผูกพันกันมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง...
edit @ 21 Jan 2009 01:50:58 by Blue Arrow